#ครูสาว ร่ำไห้! อาแท้ๆขอช่วยเซ็นส่งลูกเข้าทำงาน จู่ๆเจอหมายศาล ยึดทรัพย์ถึงที่ ก่อนรู้ความจริง รู้หน้าไม่รู้ใจของแท้!! - Mar Leaw

สดๆร้อนๆ

Saturday, March 24, 2018

#ครูสาว ร่ำไห้! อาแท้ๆขอช่วยเซ็นส่งลูกเข้าทำงาน จู่ๆเจอหมายศาล ยึดทรัพย์ถึงที่ ก่อนรู้ความจริง รู้หน้าไม่รู้ใจของแท้!!




วันที่ 23 มี.ค.61 เวลา 18.00 น. นางปรียาภรณ์ หงส์โต หรือศรีพิมพ์ อายุ 47 ปี บ้านเลขที่ 3/10 ซอยประชาสามัคคี ถนนนครพนม-ท่าอุเทน ต.อาจสามารถ เขตเทศบาลเมืองนครพนม รับราชการครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนเทศบาล 3 (พินิจพิทยานุสรณ์) ถนนศรีเทพ ต.ในเมือง เทศบาลเมืองนครพนม ร้องขอความเป็นธรรมผ่านผู้สื่อข่าว เนื่องจากถูกสำนักงานบังคับคดีจังหวัดนครพนม ประกาศยึดทรัพย์ ซึ่งเป็นบ้านที่ตนเองเพิ่งสร้างเสร็จใหม่ ๆ ทั้งที่ไม่ได้มีหนี้สิน



ทั้งนี้ นางปรียาภรณ์เล่าถึงที่มาที่ไปก่อนจะถูกยึดทรัพย์ว่า ประมาณกลางเดือนตุลาคม 2548 ตนเพิ่งคลอดลูกสาวได้ไม่ทันถึงเดือน กำลังพักฟื้นอยู่ที่บ้าน มี นายต้อย (นามสมมุติ) มีศักดิ์เป็นอา และเป็นผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นฉบับหนึ่ง เข้ามาหาที่บ้านขอร้องให้ช่วยเซ็นหนังสือค้ำประกันให้หน่อย เพราะจะเอาลูกสาวฝาแฝดเข้าทำงาน ด้วยความสงสารอยากให้หลานมีงานทำ ด้วยความไว้ใจประกอบกับ นายต้อย เร่งเร้าคะยั้นคะยอ ในระหว่างให้นมลูกจึงไม่ได้อ่านรายละเอียดในเอกสารดังกล่าว จึงเซ็นชื่อมอบให้ไปดำเนินการ

เวลาผ่านไปประมาณ 4 - 5 ปี มีจดหมายจากบริษัทมิตรแท้ประกันภัย ส่งหนังสือทวงหนี้มาทวง ระบุตนเป็นผู้ค้ำประกัน นางวัชรวรรณ ราญมีชัย ในวงเงิน 120,000 บาท  รู้สึกงุนงงมากเพราะไม่เคยรู้จักบุคคลผู้นี้มาก่อน จึงวานคุณพ่อช่วยสืบว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใคร กระทั่งสืบทราบว่าเป็นเมียของนักข่าวหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นฉบับเดียวกันกับนายต้อยนั่นเอง และมีบ้านอยู่ในพื้นเดียวกัน ตนจึงไปที่บ้านบุคคลทั้งสอง จึงพบตัวนางวัชรวรรณอยู่กับสามีที่เป็นนักข่าวด้วย สอบถามแล้วนายต้อยรับปากว่าจะเคลียร์ทุกสิ่งทุกอย่างให้ขาวสะอาด ตนเชื่อใจเพราะเป็นอาแท้ๆ



ต่อมาไม่นาน มีหมายศาลจังหวัดนครพนมส่งมาที่บ้านระบุให้ไปขึ้นศาลในคดีหมายเลขดำที่ 334/2553 และคดีหมายเลขแดงที่ 896/2553 ตนรีบกลับไปหานายต้อยอีกครั้ง ก็ได้รับคำตอบให้อยู่เฉย ๆ จะให้คนที่เอาเงินไปจัดการปัญหาเอง และตนซึ่งทำงานรับราชการมีงานมากมาย ไม่อยากขึ้นโรงขึ้นศาล ปล่อยให้อาแท้ๆจัดการ เพราะไว้วางใจในฐานะเป็นญาติ และทราบภายหลังว่าอาของตนนำเอกสารค้ำประกันไปทำนิติกรรมกับบริษัทมิตรประกันภัย สาขานครพนม เพื่อนำเงินให้นางวัชรวรรณเดินทางไปทำงานต่างประเทศ โดยไม่ยอมใช้หนี้แม้แต่บาทเดียว

กระทั่งวันที่ 22 มี.ค.ที่ผ่านมา ตนถึงกับช็อกเพราะมีหนังสือจากสำนักงานบังคับคดีจังหวัดนครพนม ประกาศยึดทรัพย์คือโฉนดที่ดินเลขที่ 44276 เลขที่ดิน  59 หน้าสำรวจ 4846 ต.อาจสามารถ อ.เมือง จ.นครพนม พร้อมสิ่งปลูกสร้างเป็นบ้านเลขที่ 3/10 ซึ่งตนเพิ่งสร้างเสร็จเพียงไม่กี่เดือน  โดยประมาณราคาไว้เป็นเงินทั้งสิ้น 962,280 บาท ตนรีบไปหาอาและสามีของนางวัชรวรรณ คนทั้งสองนั่งเป็นทองไม่รู้ร้อน บอกแค่คำเดียวว่าไม่มีเงินไปใช้หนี้





กระทั่งวันรุ่งขึ้นก็โทรศัพท์ขอเคลียร์กับญาติ ๆ ทุกคน กลับถูกนายต้อยด่าสาดเสียเทเสียว่าอยากจะทำอะไรก็เชิญ และไม่รับผิดชอบอะไรทั้งสิ้น ตนหมดหนทางจึงมาร้องขอความเป็นธรรมผ่านผู้สื่อข่าวดังกล่าว และจะเดินหน้ายื่นหนังสือร้องผู้ว่าราชการจังหวัดผ่านศูนย์ดำรงธรรม และยุติธรรมจังหวัดต่อไป