#เปิดใจลุงวัย54 ขี่จักรยาน 15 วัน หนีกลับบ้าน หลังถูกหลอกทำงานกลางทะเล 30 ปี ฟังชัดๆ ยิ่งกว่าตายทั้งเป็น! - Mar Leaw

สดๆร้อนๆ

Monday, March 26, 2018

#เปิดใจลุงวัย54 ขี่จักรยาน 15 วัน หนีกลับบ้าน หลังถูกหลอกทำงานกลางทะเล 30 ปี ฟังชัดๆ ยิ่งกว่าตายทั้งเป็น!




วันนี้ (26 มี.ค. 2561) ที่บ้านของลุงกำจัด ยงภูเขียว อายุ 79 ปี บ้านเลขที่19/2 หมู่ที่ 2 บ้านแสนขัน ตำบลบ่อทอง อำเภอทองแสนขัน จังหวัดอุตรดิตถ์ ได้มีชาวบ้านและบรรดาเพื่อนร่วมรุ่นเดียวกันกับลูกชายคือ นายเถลิง ยงภูเขียว อายุ 54 ปี ต่างเข้ามารายล้อมและสอบถามถึงการหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย โดยไม่สามารถติดต่อและสื่อสารอย่างใดได้เลย ของนายเถลิง เป็นเวลานานกว่า 30 ปี นับตั้งแต่บุตรสาวคือ นางนัทธ์มน ยงภูเขียว ยังอายุประมาณ 2 ขวบ ซึ่งปัจจุบันอายุ 31 ปี



โดย นายกำจัด เล่าว่า หลังเรียนจบชั้นมัธยมแล้ว ตนเองออกจากบ้านที่อำเภอทองแสนขัน จังหวัดอุตรดิตถ์ แรกเริ่มไปหางานทำเป็นช่างเชื่อมโลหะที่จังหวัดระยองเมื่อปี พ.ศ.2532 จากนั้นเปลี่ยนงานหลายแห่ง กระทั่งไปที่จังหวัดสมุทรสาคร แต่ไม่ได้รับค่าจ้างและมีคนมาติดต่อชักชวนให้ไปลงเรือหาปลาในทะเล ตนจึงได้ไปลงเรือที่จังหวัดพังงาโดยบอกว่าจะดำเนินการด้านเอกสารและหลักฐานย้อนหลังให้ ซึ่งต่อมาเรื่องทั้งหมดก็เงียบหาย หากสอบถามก็ถูกด่าและข่มขู่

จากนั้น ตนก็ลงเรือเล็กออกจากฝั่งไปขึ้นเรือใหญ่ที่จอดรออยู่กลางทะเลไกลมาก และมีผู้ชายอยู่ในเรือประมาณ 60 คน ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปีที่ลงเรือหาปลากลางทะเล นับว่าสุดแสนทรมาน ทั้งอาหาร น้ำดื่ม เสื้อผ้าและการพักผ่อนที่มีข้อจำกัด แต่ต้องทำงานอย่างหนักและต่อเนื่อง โดยไม่มีค่าตอบแทนให้แม้แต่บาทเดียว โทรศัพท์ถูกยึดและทำลาย ไม่มีข้อต่อรองใด ๆ แม้ขอขึ้นฝั่งเกรงจะหลบหนี





มีชาวมอญและเขมรบางรายเจ็บป่วยเนื่องจากอุบัติเหตุ ขณะเก็บกู้อวน และไม่สามารถทำงานนานเกิน 3 วัน แต่กลับถูกถีบลงทะเลลึกหายไป หลายอย่างล้วนเป็นเหตุที่สะพรึงกลัวและน่าหวาดระแวง แม้คนงานในเรือเดียวกัน หากมีเจ้าหน้าที่ทางการของพม่า หรือ อินโดนีเซียแล่นเรือมาดำเนินการตรวจสอบ คนงานจะถูกเปิดหวอให้รีบลงไปอยู่ใต้ท้องเรือรวมกับสัตว์ทะเลที่จับได้ วันเวลาก็ไม่สามารถรับรู้

ต่อมา มีเรือขนาดเล็กมารับปลาจากเรือใหญ่ที่ตนอยู่ จึงได้ฉกฉวยโอกาสที่ไต๊ก๋งเรือใหญ่เผลอและขออาศัยเรือรับปลากลับเข้าฝั่ง ซึ่งตนเองคิดว่าขึ้นบกเมื่อไหร่ตนจะรอดตาย แม้จะไม่มีเงินติดตัวจากการลงเรือเลย จึงเดินรับจ้างเป็นช่างเชื่อม ช่างอ็อคโลหะอยู่นานเกือบเดือน และย้ายที่ทำงานอีกหลายแห่ง กระทั่งมีเงินเก็บอยุ่เกือบ 1,000 บาท พร้อมตีตั๋วขึ้นรถกลับบ้าน



ทว่า ตนเองไม่มีบัตรประจำตัวและบัตรใด ๆ แสดงที่ห้องจำหน่ายตั๋ว จึงตัดสินใจนำเงินที่เหลืออยู่ซื้อจักรยานคันเก่าจากชาวบ้านเพื่อปั่นกลับบ้านทองแสนขัน จ.อุตรดิตถ์ โดยหลังจากกราบขอพรพระร่วงโรจนฤทธิ์ที่ปฐมเจดีย์ จ.นครปฐม ก็ทั้งปั่น ทั้งหยุดพัก หิวโหย ยางรถรั่ว พายุฝน กว่าจะถึงบ้านใช้เวลาปั่นจักรยานนานถึง 15 วัน





หลังจากญาติและบรรดาเพื่อน ๆ ทราบว่าตนเองยังมีชีวิตอยู่และขี่จักรยานกลับถึงบ้านราวปาฎิหารย์ ต่างก็เดินทางไปสอบถามถึงชีวิตและความเป็นอยู่ที่ขาดการติดต่อคล้ายเกิดใหม่และร่วมแสดงความยินดีกันเป็นจำนวนมาก