#เอาแล้วไง!! กองปราบฯเตรียมจัดหนักแจ้ง 4 ข้อหานี้ ขบวนการพลิกหวย 30 ล้าน ใครคือตัวจริง หลักฐานก็เห็นๆกันอยู่!! - Mar Leaw

สดๆร้อนๆ

Friday, February 9, 2018

#เอาแล้วไง!! กองปราบฯเตรียมจัดหนักแจ้ง 4 ข้อหานี้ ขบวนการพลิกหวย 30 ล้าน ใครคือตัวจริง หลักฐานก็เห็นๆกันอยู่!!

#เอาแล้วไง!! กองปราบฯเตรียมจัดหนักแจ้ง 4 ข้อหานี้ ขบวนการพลิกหวย 30 ล้าน ใครคือตัวจริง หลักฐานก็เห็นๆกันอยู่!!



จากกรณีคดีลอตเตอรี่จำนวน 30 ล้านบาท ที่ ร.ต.ท.จรูญ วิมูล อดีตข้าราชการตำรวจ ซึ่งเป็นผู้นำสลากไปขึ้นเงินรางวัล และนายปรีชา ใคร่ครวญ ครูชำนาญการพิเศษโรงเรียนเทพมงคลรังษี ซึ่งแจ้งความว่าลอตเตอรี่ชุดดังกล่าวเป็นของตนที่ทำหายไปจนมีการฟ้องร้องกันอยู่ในขณะนี้ ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าใครเป็นเจ้าของลอตเตอรี่ตัวจริงกันแน่ โดยสังคมออนไลน์ก็พยายามหาข้อพิสูจน์การตกหล่นของลอตเตอรี่ฉบับดังกล่าว



และก่อนหน้านั้น ทางผลตรวจดีเอ็นเอ ได้มีลายนิ้วมือของลุงจรูญอยู่ แต่ทางด้านครูนั้น บอกว่ามีหลักฐานเด็ด

ซึ่งล่าสุดมีการเผยแพร่คลิปเสียงการสนทนาระหว่างแม่ค้าหวยและผู้ซื้อซึ่งมีน้ำเสียงคล้ายครูปรีชา ซึ้งจากการสอบถามพบว่าแม่ค้าหวยในคลิปเสียงเป็นเจ๊บ้าบิ่น หรือ นางรัตนาพร สุภาทิพย์ ซึ่งทางเจ๊บ้าบิ่นให้การยอมรับ แต่ปฏิเสธที่จะเปิดเผยว่าคู่สนทนาเป็นใคร และได้ยืนยันว่าไม่ใช่ครูปรีชา

ก่อนหน้านี้หากยังจำกันได้ ก่อนคลิปเสียงถูกเผยแพร่ หน่วยงานที่รับผิดชอบในคดีนี้คือ ตำรวจภูธร ภาค 7 ซึ่งได้ให้ความสำคัญกับพยาน 2 ปาก ปากแรกเป็นภรรยาของตำรวจ ที่ยืนยันว่าเห็นสลากใบที่ถูกรางวัล อยู่ในกระเป๋าเสื้อของครูปรีชา ส่วนพยานอีกปากให้ข้อมูลว่า เห็น ร.ต.ท.จรูญ ก้มเก็บสิ่งของตกหล่นบนพื้น คือเป็นการให้ความสำคัญกับพยานบุคคล ไม่ได้ให้หนักน้ำหนักหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และการตรวจสอบทางเทคโนโลยี

ซึ่งทางผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา ให้ตำรวจกองปราบเข้าไปช่วยตำรวจภูธรภาค 7 สืบสวนคลี่คลายคดี ชุดสืบสวนกองปราบปราม เค้าก็ไปลงพื้นที่และใช้เทคโนโลยี่ตรวจสอบหาหลัฐานต่างๆเสร็จแล้วก็ส่งให้ภาค 7 ไป แต่ก็ไม่นำมาพิจารณา ถ้าหากเชื่อแต่พยานบุคคล สำนวนก็จะมีทิศทางที่มุ่งไปที่ ครูปรีชา ว่าเป็นเจ้าของสลากที่แท้จริง ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการสรุปสำนวนคดี และแจ้งความเอาผิดกับ ร.ต.ท.จรูญ



ล่าสุดได้มีการตรวจสอบอีกครั้งหลังจากที่ ร.ต.ท.จรูญ ได้บยื่นเอกสารขอความเป็นธรรม แต่เมื่อคดีถูกโอนมาให้ตำรวจกองปราบปรามรับผิดชอบ ก็เดินทางสอบสวนคลี่คลายคดี โดยเน้นไปที่การใช้เทคโนโลยีตรวจสอบ ก็ไปได้หลักฐานเด็ดเป็นคลิปเสียงที่สนธนากันระหว่างแม่ค้าสลากกับครูปรีชา ที่ปฎิเสธว่าไม่ได้ถูกรางวัลที่ 1 นอกจากนี้ยังพบพิรุธ พยานที่เป็นภรรยาของตำรวจ อ้างเห็นสลากที่ถูกรางวัลโผล่จากกระเป๋าเสื้อครูปรีชาก่อนขอแบ่งซื้อ แต่พยานปากนี้กลับให้การขัดกับคลิปเสียงครูปรีชาคุยแม่ค้า เพราะเวลานั้นครูปรีไม่อยู่ที่ตลาด แล้วจะเห็นได้ยังไง ทางตำรวจกองปราบเตรียมดำเนินคดี 4 ข้อหาหนักกับผู้เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ยังมีรายงานด้วยว่าทางผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พลตำรวจโท ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ได้กำชับให้กองปราบปราม ดำเนินคดีนี้ด้วยความเป็นธรรมและหากพบว่าพยานในคดีหรือผู้เกี่ยวข้องกับคดีมีความพยายามบิดเบือนหรือให้การที่จะทำให้คดีและสังคมเกิดความสับสนก็ให้พิจารณาดำเนินคดีได้ทันที