#ใครจะอยู่ ใครจะไป!...รองอธิบดีอัยการ ฟันธงคดีหวย 30 ล้าน จะมีคนหนึ่งที่ไร้แผ่นดินอยู่ เดินไปไหนก็ไม่ได้ ลั่นชัดพิรุธพยานโผล่เพียบ!!!(มีคลิป) - Mar Leaw

สดๆร้อนๆ

Monday, February 19, 2018

#ใครจะอยู่ ใครจะไป!...รองอธิบดีอัยการ ฟันธงคดีหวย 30 ล้าน จะมีคนหนึ่งที่ไร้แผ่นดินอยู่ เดินไปไหนก็ไม่ได้ ลั่นชัดพิรุธพยานโผล่เพียบ!!!(มีคลิป)

#ใครจะอยู่ ใครจะไป!...รองอธิบดีอัยการ ฟันธงคดีหวย 30 ล้าน จะมีคนหนึ่งที่ไร้แผ่นดินอยู่ เดินไปไหนก็ไม่ได้ ลั่นชัดพิรุธพยานโผล่เพียบ!!!(มีคลิป)



ล่าสุด (19 ก.พ. 61) “รายการต่างคนต่างคิด” ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ อมรินทร์ทีวี ช่อง 34 ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 18.50 น. ได้เชิญ นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม รองอธิบดีอัยการสำนักงานชี้ขาดคดี สำนักงานอัยการสูงสุด , นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ มาพูดคุยในรายการ ภายใต้หัวข้อ “หมายจับ 30 ล้าน หวยจะออกที่ใคร?”

นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม รองอธิบดีอัยการสำนักงานชี้ขาดคดี สำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า ในการออกหมายจับ มีเหตุผลอยู่ 2 ข้อ คือ 1.มีพยานหลักฐานชัดเจนว่ากระทำความผิด 2.คดีอาญาโทษจำคุกเกิน 3 ปี ไม่จำเป็นต้องมีหมายจับ หรือในกรณีส่งหมายเรียก 2 ครั้งแล้วเป็นหมายจับ โดยประเด็นหลักคือ มีหลักฐานความน่าเชื่อว่า บุคคลนั้นกระทำความผิด อาจเรียกตัวมาไว้ก่อนเพราะเกรงว่าจะเข้าไปทำให้พยานยุ่งเหยิง

โดยตอนหนึ่งในรายการ นายปรเมศวร์  ได้กล่าวถึงกระแสข่าวว่า จะมีผู้ถูกหมายจับ นายปรเมศวร์ กล่าวว่า ได้คุยกับ พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยใช้ประสบการณ์ชี้ความผิดปกติของคดี เริ่มตั้งแต่ เรื่องของการแบ่งหวย และทำไมต้องไปคุยกับ ผู้การจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งคดีนี้ควรอยู่ที่โรงพัก อย่างมากก็แค่ระดับผู้กำกับฯ และภายหลังมีพยานงอกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และไปตรงกับความผิดของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. บอกว่า เหมือนมีขบวนการ “ต่อจิ๊กซอว์”

รวมทั้งฝ่าย ลุงจรูญ เป็นคนซื่อๆ ขณะที่อีกฝ่ายเป็นครูมีคนนับหน้าถือตา และลุงจรูญ บอกว่าจำไม่ได้ว่าซื้อหวยกับใคร ซึ่งคดีนี้ถ้า ครูปรีชา เป็นเจ้าของได้ 30 ล้าน อีกคนจะต้องติดคุก และมีอีกคนที่รอด คือ ผู้การจังหวัดฯ เพราะทำหน้าที่ถูกต้องที่เรียกมาไกล่เกลี่ย แต่ก็มีคำถามตามมาว่า “ทำไมคดีถึงไปถึง ผู้การฯ ทำไมไม่เป็นระดับ ผู้กำกับฯ เป็นแค่คดีธรรมดาๆ แจ้งความหวยหายแค่นั้น”

ทั้งนี้ หาก ครูปรีชา ต้องติดคุก ผู้การฯ จะต้องเดือดร้อนด้วย เพราะไปเจรจาก่อน ทั้งที่ยังสอบสวนไม่เสร็จแต่ไปเรียกต่อรอง ผิดวิสัยที่ตำรวจจะทำ เพราะคดีต้องชัดเจนก่อนว่า ลุงจรูญ เก็บของตกได้ ถึงแจ้งดำเนินคดี ก่อนไกล่เกลี่ย ส่วนข้อหายักยอกเป็นความผิดที่ยอมความได้ เมื่อตั้งคดี และเจรจาหากตกลงกันได้ ก็ยอมความได้ เชื่อมั่นว่า ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติจะเป็นกลางทำคดีให้เป็นธรรม การดำเนินคดีตำรวจด้วยกันไม่ได้เสียหายต่อองค์กร กลับได้รับความชื่นชม

ซึ่งในคดีนี้ นายปรเมศวร์ เผยว่า ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ต่างถอยไม่ได้ ถึงได้มี พยานงอก โดย ครูปรีชา เป็นผู้กว้างขวางรู้จักกันดีในตลาดเรดซิตี้ จึงมีพยานเพิ่มเรื่อยๆ

โดยทางนายปรเมศวร์ ยังเปิดเผยว่า ครั้งหนึ่งได้มีโอกาสพูดคุยกับ พล.ต.ท.ฐิติราช ในประเด็นเรื่องพยานของฝั่งครูปรีชา ทาง พล.ต.ท.ฐิติราช ก็ได้เผยออกมาประโยคหนึ่งว่า “ให้โอกาสแล้วนะ” ส่วนตัวคิดว่าประโยคนี้ หมายถึง ให้โอกาสพยานทั้งหมดของครูปรีชา ที่ก่อนหน้านี้เคยออกมาให้การกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วครั้งหนึ่ง และอาจมีบางคนที่ให้การเท็จ ได้กลับคำให้การไปในทางที่ถูกต้อง “เหมือนกับการที่เราจะจับปลาฉลาม บางครั้งเราก็ควรที่จะปล่อยปลาซิว ปลาสร้อย ไปบ้าง” ซึ่งเป็นทฤษฎีการกันผู้ต้องหาให้มาเป็นพยาน เพื่อที่จะทำให้ผู้ต้องหาในคดีนี้ เหลือเพียงคนที่กระทำความผิดจริงๆ เหมือนกับคดี ผอ.แสงชัย สุนทรวัฒน์ มีหลักฐานแค่ “หัวกระสุน” ยังสามารถโยงไปอีกคดีหนึ่งได้ และสืบไปถึงคนชี้เป้าให้กันมาเป็นพยาน เมื่อดำเนินคดีอัยการไม่สั่งฟ้อง เนื่องจากให้เบาะแสนำไปสู่คนบงการ เช่นเดียวกับคดีของ นายเปรมชัย อย่าไปเอาผิด หน.วิเชียร เรื่องค่าเข้าอุทยานฯ 110 บาท แต่เอาหลักๆ ว่า “ใครยิงเสือดำ”

สำหรับเรื่องดังกล่าว ทางนายปรเมศวร์ ตั้งข้อสงสัยว่า “คดีหวย 30 ล้าน มาถึงจุดนี้ได้อย่างไร จุดที่มีคนหนึ่งจริง คนหนึ่งเท็จ คนที่เท็จนั้นเดินหน้าอย่างไร และเมื่อเรื่องนี้จบ จะต้องมีหนึ่งคนที่ไม่มีแผ่นดินอยู่ ถึงขั้นเดินไปไหนไม่ได้”

มีคลิป

(ชมคลิป)



ขอบคุณ รายการต่างคนต่างคิด