#เดี๋ยวแม่โอนไปให้นะจ๊ะ...หนุ่มขึ้น #BTS ได้ยินเสียงผู้หญิงคนหนึ่งคุยโทรศัพท์กับลูก เรื่องโอนเงิน พอเห็นยอดเงินในบัญชี ทำเอาน้ำตาซึม!!!(รายละเอียด) - Mar Leaw

สดๆร้อนๆ

Friday, December 22, 2017

#เดี๋ยวแม่โอนไปให้นะจ๊ะ...หนุ่มขึ้น #BTS ได้ยินเสียงผู้หญิงคนหนึ่งคุยโทรศัพท์กับลูก เรื่องโอนเงิน พอเห็นยอดเงินในบัญชี ทำเอาน้ำตาซึม!!!(รายละเอียด)

#เดี๋ยวแม่โอนไปให้นะจ๊ะ...หนุ่มขึ้น #BTS ได้ยินเสียงผู้หญิงคนหนึ่งคุยโทรศัพท์กับลูก เรื่องโอนเงิน พอเห็นยอดเงินในบัญชี ทำเอาน้ำตาซึม!!!(รายละเอียด)



กำลังเป็นที่ได้รับความสนใจในโลกออนไลน์ สำหรับเหตุการณ์บนรถไฟฟ้า BTS หลังจากได้ยินประโยคสนทนาระหว่าง คุณแม่ท่านหนึ่ง ซึ่งผู้ได้ยินคาดว่ากำลังพูดคุยกับลูกเรื่องโอนเงิน

เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2560 ผู้ใช้เฟสบุ๊ครายหนึ่งโพสต์เรื่องราวจาก BTS วินาทีแม่คุณแม่ท่านหนึ่งพูดคุยกับปลายทาง ซึ่งคาดว่าเป็นลูก ก่อนจะโอนเงินให้ แม้ว่าจะมีเงินติดอยู่ในบัญชีเพียงเล็กน้อย พร้อมให้ข้อคิดเกี่ยวกับการสร้างตัว ดังข้อความด้านล่าง



"เรื่องเล่าจาก BTS

วันนี้ผมขึ้น BTS จะไปทำงาน พอรถออกจากสถานีมาสักพัก ผมได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น และมีคุณน้าคนนึง นั่งอยู่ข้างๆที่ผมยืน เค้าก็รับโทรศัพท์และคุยค่อนข้างที่จะเสียงดัง สักพักน้าคนนั้นก็พูดขึ้นว่า

จ้าเดี๋ยวแม่โอนไปให้นะจะเอาเท่าไหร่ล่ะ ผมเดาว่าลูกแกคงจะโทรมาขอเงิน ทันได้นั้นแกก็วางสายผมก็มองไปที่โทรศัพท์แก ที่กำลังจะเข้าบัญชีธนาคาร ปรากฎว่าในบัญชีแกมีเงินอยู่ 420 บาท และแกก็โอนไป 400 จนเหลือ 20 บาท แล้วแกก็นั่งถอนหายใจ

ภาพวินาทีนั้น มันทำให้ผมนึกถึงตัวเองขึ้นมาเลย มันอาจเป็นแค่เรื่องธรรมดาๆ แต่พอลองนึกดู ถ้าเปลี่ยนเป็นเราโอนให้แม่แทน มันจะน่าภูมิใจสักแค่ไหน คุณลองคิดดู บางทีเงินที่คุณได้มานั้นอาจเป็นเงินที่พ่อแม่เราต้องทำงานหนักแค่ไหน กว่าจะได้มันมา ถ้้าโตป่านนี้แล้วยังขอเงินพ่อแม่ใช้อยู่ก็น่าอายนะครับ

นี่คือเหตุผลที่ทำไมผมถึงต้อง รีบสร้างตัว เพราะถ้าหากมัวรอวันที่ผมเรียนจบ กว่าจะทำงานได้เงินมาให้คนที่เรารักใช้ได้นั้น มันอาจจะสายไปเสียเเล้วก็ได้ ใครจะรู้

สำหรับตัวคุณอาจจะรอได้ แต่คนข้างหลังเค้าอาจจะไม่ได้อยู่รอจนคุณสำเร็จหรอกครับ เวลาของคนเรามันมีจำกัดนะ เพราะฉะนั้น ใช้ทุกวินาทีให้มีค่ามากที่สุด

สำหรับผมคนๆนี้คือคำตอบ ว่าผมจะประสบความสำเร็จไปเพื่ออะไร ผมเริ่มแล้ว แล้วคุณล่ะ เริ่มหรือยัง!!"



โพสต์ดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม หลังเรื่องราวถูกเผยแพร่ มีผู้คนเข้ามากดไลค์แล้วกว่า 10,000 ครั้งและแชร์ไม่ต่ำกว่า 10,000 ครั้ง ในขณะที่มีเสียงวิพาก์ษ์วิจารณ์ออกเป็น 2 ทางคือตำหนิผู้โพสต์ที่เห็นยอดเงินในบัญชี ในขณะที่บางส่วนโต้แย้งกลับ และขอบคุณที่สอนข้อคิดในการสร้างตัวดูแลพ่อแม่






ขอบคุณที่มา Wasurat Fagfang